นายสุรสิตย์ กังวลกิจ
นายกเทศมนตรีเมืองบ้านบึง














การใช้งาน Wi - Fi ฟรี

 

  สถานธนานุบาล
   ลูกค้าของเราคือ ผู้มีเกียรติ หน้าที่ของเรา คือการให้เกียรติ และบริการที่ดีแก่ลูกค้า (นี่คือ สัจจะของเราชาวสถานธนานุบาล)
   วิสัยทัศน์สถานธนานุบาล : "บริหารโปร่งใส มั่นคงก้าวไกล ใส่ใจบริการ"
   วัตถุประสงค์
         1. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนขัดสนเงินทองเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ไม่ต้องไปกู้ยืมที่อื่นที่ต้องเสียดอกเบี้ยสูงกว่า
         2. เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการตรวจสอบที่มา โดย กระทำความผิดและสามารถติดตามผู้กระทำผิดได้
         3. เพื่อเป็นการควบคุมการรับซื้อของโจร

   อัตราดอกเบี้ย

    จำนำเงินต้นไม่เกิน 4,000 บาท ดอกเบี้ยคิดร้อยละ 0.75 บาทต่อเดือน
    จำนวนเงินต้นเกิน 4,000 บาท ดอกเบี้ยคิดร้อยละ 1 บาทต่อเดือน
    จำนวนเงินต้นเกิน 30,000 บาท ดอกเบี้ยคิดร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน

    ตั๋วรับจำนำมีระยะเวลา 4 เดือน 30 วัน สถานธนานุบาลเมืองบ้านบึง จำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำทุกๆ วันเสาร์แรกของเดือน

   ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อตั๋วรับจำนำหาย
           1. เจ้าของตํ๋วรับจำนำ ต้องมาแจ้งที่สถานธนานุบาล
           2. สถานธนานุบาลจะออกใบรับแจ้งตั๋วจำนำให้ แล้วนำใบรับแจ้งตั๋วจำนำหายนั้น ไปแจ้งความที่
    สถานีตำรวจในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อลงบันทึกประจำวัน
           3. นำใบรับแจ้งตั๋วจำนำหายที่ผ่านขั้นตอนที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วไปที่ว่าการอำเภอ ดำเนินการ
    ต่อจากสถานีตำรวจ โดยให้นายอำเภอเป็นผู้ลงชื่อและลงตราประทับในใบรับแจ้ง ตั๋วจำนำหาย
           4. เมื่อผ่านทั้งสามขั้นตอนแล้ว ให้เจ้าของตั๋วนำเอกสารมาติดต่อสถานธนานุบาล เพื่อดำเนินการ
    ส่งดอกหรือไถ่ถอนต่อไป
   ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          กิจการสถานะนานุบาล ได้เริ่มขึ้นโดย ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่อง จากการไปตรวจราชการในจังหวัดต่างๆ พบว่าในหลาย
   จังหวัด ไม่มีการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ (ซึ่งดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์) หรือโรงรับจำนำของเอกชนเหมือนอย่างในนครหลวงกรุงเทพ ธนบุรี และ
   เห็นว่ากิจการดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือคนยากจนขัดสนเงินได้บรรเทาความเดือดร้อนหรือแก้ขัดได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากเอกชนโดยเสีย
   ดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่า แล้วยังจะมีส่วนช่วยในด้านควบคุมการรับซื้อของโจรอีกด้วย
           การดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) ของเทศบาลและสุขาภิบาล นอกจากมีขึ้นตาม บทบัญญัติของกฎหมายแล้วยังมีที่มาจากมติของ
   คณะรัฐมนตรี และมติของที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินการจัดตั้งเป็นกรณีพิเศษ ต่างจากการตั้งโรงรับจำนำทั่วไป
   กล่าวคือ
           1. คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2503 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นในต่างจังหวัด ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือ
    คนยากจนขัดสนเงินจะได้ไม่ต้องไปกู้ยืมจากเอกชนซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยสูงมากและควบคุมการรับซื้อของโจร
           2. ในคราวประชุมของกระทรวงมหาดไทยครั้งที่ 20/2503 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2503 ที่ประชุมได้มี มติกำหนดนโยบายให้เทศบาลดำเนินการจัดตั้ง
    สถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) โดยมุ่งหมายที่จะได้ให้ประโยชน์ไปสู่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบและป้องกันการรับซื้อของโจร
            กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วเห็นเทศบาลมีอำนาจที่จะดำเนินการโรงรับจำนำหรือสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้อยู่แล้ว และเหมาะสมที่จะดำเนินการ
   สนองนโยบายเพราะเป็นหน่วยการปกครองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะสามารถอำนวยบริการในด้านนี้ให้แก่
   ประชาชนได้ดี ในขั้นต้นจึงให้เทศบาลนครเชียงใหม่, เทศบาลเมืองนครสวรรค์, เทศบาลเมืองหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองอุดรธานีจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นเป็น
   การทดลองก่อน โดยเรียกโรงรับจำนำของเทศบาลว่า "สถานธนานุบาล"
              เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เปิดกิจการขึ้นเป็นแห่งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2503 ต่อมาในปี พ.ศ.2504 ได้เปิดกิจการขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 4 แห่ง ได้กำหนด
    ให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันระลึกการจัดตั้งสถานธนานุบาล
            สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบ้านบึง ได้เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2539 เป็นต้นมา
ที่ตั้งของสถานธนานุบาล : ติดตลาดโต้รุ่ง เลขที่ตั้ง 3 ถ.รำแพนเนื่องจำนงค์ 1 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 20170